วางแผนจัดงานแต่งแบบประหยัด แถมได้กำไร

มีนาคม 7, 2012

การจัดงานแต่งงานแบบประหยัด

อยากมีความรัก และอยากทำวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต อย่างวันแต่งงานให้ออกมาดูดีและเลิศหรู แต่เงินในกระเป๋าเรา ดันสวนทางกัน หรือว่าคุณจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบใหญ่โตก็ได้ แต่ก็ต้องมาหน้าเสียเอาตอนที่ต้องชำระค่าแต่งงาน เอาเป็นว่า อย่าไปเครียด เราก็จัดงานแต่งแบบประหยัดละกัน แถมมีข้อดีตรงซองที่ช่วยงานจะทำให้คุณเริ่มต้นชีวิตคู่ได้อย่างเพียงพอ เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานไม่ใช่จะต้องเลิศหรูราคาแพง แต่จะต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และให้คนทราบกันว่าเราสองคนแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้อง

ในเมื่อถึงเวลาที่ต้องจัดงานแต่งแบบประหยัดแล้ว จะทำเลิศหรูเพื่อเอาใจแขกไปทำไม เพราะหลังการแต่งงาน 2 วัน แขกก็ลืมแล้ว ในยุคน้ำมันลิตรละ 30 บาท มาม่าซองละ 6 บาท แบบนี้ คิดจะทำอะไรที ต้องรัดเข็มขัดกันหน่อยค่า บ้านวิวาห์เลยมีวิธีที่หยิบมาจาก นิตยสาร WE นิตยสารที่รวบรวมเรื่องแต่งงานมากมาย และข้อมูลความรู้ เคล็ดลับความสวยความงามที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด ซึ่งวิธีจัดงานแต่งแบบประหยัดนี้ คงจะเป็นประโยชน์และไอเดียแก่ทุกท่านได้ค่า

1.รีบแต่งงานก่อนพ่อ แม่ แซยิด (อายุ 60 ปี)

แต่งงานในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานอยู่จะดีที่สุด ยิ่งถ้าท่านทำงานในระบบราชการยิ่งต้องรีบใหญ่ เพราะส่วนใหญ่จะทำงานจะมีอายุงาน เกิน 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น และตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมา ท่านคงสนับสนุนใส่ซองช่วยงานเพื่อนๆ ไว้ไม่มากก็น้อย และตามธรรมเนียมคนไทย เมื่อเราใส่ซองช่วยงานใครไว้เท่าไหร่ เวลาเราจัดงานเขาจะใส่ซองกลับมาให้มากกว่าที่เราเคยใส่เล็กน้อย

และที่ต้องรีบแต่งก่อนท่านเกษียณก็เพราะสะดวกในการแจกซอง และตามเก็บซองคนที่มาร่วมงานไม่ได้ในวันถัดไปได้แบบไม่เขินเท่ากับตอนที่ เกษียณไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นอานิสงส์ที่ทำให้ลูกหลานยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นจำนวนแขก และจำนวนซองที่ได้รับ และเป็นที่มาว่าทำไมเวลาลิสต์รายชื่อแขกจึงต้องยึดแขกของผู้ใหญ่เป็นอันดับ แรก

การจัดงานแต่งงานแบบประหยัด

2.สถานที่จัดงานแต่งไม่ว่าจะใกล้-ไกล มีผลทั้งนั้น

การจัดงานแต่งแบบประหยัดนั้น ควรเลือกจัดงานในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งช่วงนี้จะแตกต่างกันออกไป ตามโปรโมชั่นของสถานที่บริการรับจัดงานแต่งงาน อย่าจัดงานแต่งช่วงไฮซีซั่นเชียวล่ะ เดี๋ยวช็อกเอาเมื่อเห็นราคาที่แตกต่างกัน เกือบครึ่งๆเลยค่า

แต่ถ้านับเงินในกระเป่าเหลือน้อยเกินไปที่จะเลือกจัดงานในโรงแรม ก็แนะนำให้จัดสถานที่สโมสรหรือร้านอาหาร จะช่วยประหยัดได้อีกโข อย่างเช่นที่นันทอุทยานทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีที่จอดรถกว้างขวาง รับจัดเลี้ยงงานแต่งงานแบบบุฟเฟ่ต์และโต๊ะจีน รับคนได้ตั้งแต่ 500-600 คนขึ้นไป ราคาจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ 330-380 บาทต่อคน

หรือจะเป็นแบบโต๊ะจีน รองรับตั้งแต่ 20-60 โต๊ะ ก็ได้ เป็นงานเล็กๆ จะช่วยเซฟเงินให้คุณได้อีกเยอะ หรือจะจัดงานแต่งงานที่ร้านอาหาร บรรยากาศดีๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

ถ้าคุณมีแขกน้อยแค่ 50-80 คน ก็แนะนำเป็นร้านอาหารเก๋ๆแทน เช่น ร้าน The Tank Aqua Cafe & Restaurant ซอยเอกมัย จัดปาร์ตี้แต่งงานรับรองถูกใจเพื่อน บรรยากาศของร้านเป็นร้านกระจกเก๋ๆ ตั้งอยู่กลางสวนสวย สำหรับสนนราคานั้น รับรองถูกกว่าการจัดงานในโรงแรมเป็นไหนๆ ในขณะที่รูปแบบการจัดงานไม่แตกต่างกัน  เพราะมีให้เลือกทั้งแบบคอกเทลและแบบบุฟเฟ่ต์ แต่ถ้าจะเลือกจัดงานแบบประหยัดควรเลือกจัดงานวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ราคาตกอยู่ที่ 50,000 บาท (ราคานี้รวมค่าสถานที่ ค่าอาหาร 10 อย่าง ค่าซอฟดริ้งก์) แต่ถ้าเลือกจัดงาน เสาร์-อาทิตย์ ต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 100,000 บาท

แค่นั้นยังไม่พอค่ะ เพราะต้องเลือกโลเกชั่นให้เหมาะสมด้วยถึงจะประหยัดสุดๆ เริ่มจากนำรายชื่อแขกที่คาดว่าจะเชิญมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นแขกของใคร อย่างเช่นเมื่อนับแล้วแขกส่วนใหญ่เป็นแขกที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือก โรงแรมหรือหาสถานที่จัดงานใกล้ๆ ที่ทำงานของท่าน ทั้งนี้เพื่อเอาใจให้แขกส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก

3.เลือกเชิญแขกคุณภาพ

อย่าคิดว่าการเชิญแขกมาเยอะ จะได้เป็นที่กว้างขวางรู้จักคนเยอะ จะหวังเก็บซองได้มาก ให้คิดว่า ยิ่งเชิญแขกมากเท่าไหร่ ก็ต้องจ่ายค่าอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าคุณจัดแบบโต๊ะจีนยิ่งต้องเลือกแขกให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าได้แขกประเภทแจกซองเดียวมาหมดบ้าน 7 คน แต่ช่วยใส่ซอง 300 บาท มีหวังต้องจัดโต๊ะเสริมให้แขกท่านอื่นๆที่มาทีหลังด้วย แทนที่จะได้เก็บซองแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องมานั่งหงอยเพราะมัวแต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแน่ๆ

เพราะฉะนั้นการเลือกเชิญแขกมาร่วมงานก็สำคัญไม่แพ้กัน ถึงแม้จะเป็นการเลือกที่ปฏิบัติการก็เถอะ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระเทือนถึงเงินในกระเป่าเราได้

4.การ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY

ถ้าคุณรู้ล่วงหน้า และมีเวลาเตรียมงานแต่งงานนาน แนะนำให้ทำการ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY แทนการซื้อสำเร็จรูปจากร้าน เพราะของสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านมักบวกค่าออกแบบ ค่าการตลาด และค่าเช่าร้านไว้ในของแล้ว ราคาจึงแพงกว่าของที่ทำเองมาก

อย่างเช่นถ้าคุณแต่งงานช่วงหน้าหนาว มอบผ้าพันคอผืนเล็กๆ เป็นของชำร่วยเหมาะที่สุด ซึ่งบางอย่างคุณอาจทำเอง และออกแบบได้ง่ายๆ เท่านี้คุณก็จะได้ของชำร่วยน่ารักไม่ซ้ำใครในราคาเบาๆ กระเป๋าแล้วค่า

การจัดงานแต่งงานเล็กๆ

แสดงความคิดเห็น : วางแผนจัดงานแต่งแบบประหยัด แถมได้กำไร